ผู้เขียน หัวข้อ: คยองจู (Gyeongju) ประเทศเกาหลีใต้ เมืองเล็กกึ่งกลางช่องเขา อดีตกาลเมืองหลวงอาณาจ  (อ่าน 18 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 24, 2019, 06:40:02 AM
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 345
    • ดูรายละเอียด

คยองจู เมืองพิพิธภัณฑ์ที่โล่งแจ้ง
ในอดีตกาล คยองจูเคยก้าวหน้าเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโบราณชิลลาเกือบจะ 1,000 ปีตั้งแต่ 57 ปีก่อนคริสต์ศักราช จนกระทั่งคริสตศักราชที่ 935 เป็นเมืองประวัติศาสตร์เล็กๆในซอกเขาที่เต็มไปด้วยโบราณสถานที่ร้อยเรียงเชื่อมโยงกันด้วยสวนขนาดใหญ่จุดศูนย์กลางตัวเมือง ที่ต้นไม้แต่ละต้น ขณะเดินย่ำผ่าน ล้วนใหญ่มหึมา เห็นแล้วชวนหลงไหล

พื้นที่โบราณสถานที่กลมกลืนไปกับตัวเมืองและสวนสาธารณะ ทำให้เมืองทั่วเมือง เป็นเสมอเหมือนพิพิธภัณฑ์ที่โล่งแจ้งที่ร่มรื่นด้วยตัวเอง….. นี่จึงเป็นเสน่ห์ของเมืองคยองจู ที่หากมาเที่ยวประเทศเกาหลีใต้แล้ว นอกเหนือจากเมืองหลวงอย่างกรุงโซลที่นี่นับเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ไม่ควรพลาด

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในคยองจูมีที่แห่งใดบ้าง
หลุมฝังศพมูนดิน
ไม่มีหลุมฝังศพไหนในโลกประหลาดตาเท่าหลุมฝังศพมูนดินแห่งคยองจูอีกแล้ว สุสานที่นี่มีลักษณะเหมือนเทือกเขาหญ้าลูกเล็กๆเกลื่อนกลาดให้มองเห็นทั่วๆไปในตัวเมืองสวนสุสาน Daereungwon รับประทานพื้นที่กว้าง เป็นที่รวมสุสานของกษัตริย์ และขุนนางคนสำคัญ ภายในมีสุสานมูนดินถึง 23 แห่ง แล้วก็มีการขุดสำรวจพบสมบัติล้ำค่าเยอะมากอยู่ข้างใน

ภาพสุสานมูนดินภายในเขต Daereungwon Royal Tomb ในมุมสูง

หอดูดาวโบราณ
ลักษณะก็จะคล้ายเจดีย์เล็กๆผลิตขึ้นตั้งแต่ยุคอาณาจักรชิลลา สมัยราชินีซอนด็อกครองราชสมบัติเป็นหอดูดาวที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออก ใช้หินสำหรับเพื่อการก่อสร้าง365 ก้อน เท่ากับจำนวนวันใน 1 ปี ตรงกึ่งกลางของหอมีช่องหน้าต่าง ซึ่งหากนับหินจากฐานด้านล่างสุดไปถึงขอบหน้าต่างด้านล่าง จะพบว่ามี 12 ชั้น และก็นับจากชั้นเหนือขอบหน้าต่างขึ้นไปถึงข้างบนสุด มี 12 ชั้นเช่นกัน… เป็นตัวเลขที่ทำให้คาดเดากันต่างๆนาๆว่าแทนปริมาณเดือนในหนึ่งปี หรือจะแทน 12 ราศี กันแน่

วัดพุลกุกซา (Bulguksa)
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำอาณาจักรชิลลา วัดพุลกุกซา (Bulguksa) สร้างขึ้นในช่วงดังกล่วก็เลยมีอาณาเขตกว้างขวางประกอบด้วยวิหารใหญ่น้อยหลายหลัง ตั้งอยู่รอบๆตีนเขา ห่างจากตัวเมืองคยองจูออกไปประมาณ 16 กิโลเมตร

ลักษณะของสถาปัตยกรรมวัดที่นี้ สะท้อนให้มองเห็นถึงอิทธิพลที่รับมาจากจีนอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะของแผนผังตัวตึก ที่แบ่งแยกพื้นที่ออกเป็นลานสี่เหลี่ยมย่อยๆโดยมีระเบียงทางเท้าและก็ประตูปากทางเข้าเชื่อมต่อถึงกัน โดยในแต่ละลานจะมีวิหารอยู่หนึ่งข้างหลังเป็นประธานของพิ้นที่

ภายในเขตวัด มีเจดีย์ย์ขนาดเล็กสององค์ ตั้งคู่กัน ตัวอย่างเช่น เจดีย์ดาโบทับ(Dabotap) แล้วก็เจดีย์ช็อกกาทับ (Seokgatap) เจดีย์ทั้งคู่องค์นี้ได้รับการจดทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติ แล้วก็ได้รับการชมเชยว่าเป็นเจดีย์ที่สวยที่สุดของอาณาจักรชิลลา

วัดช็อคข้ารัม (Seokguram)
วัดช็อคกูรัมตั้งอยู่บนเขา Tohamsan อันเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในพื้นที่ ภายในวัดมีการสร้างถ้ำเลียนแบบและองค์พุทธรูปที่ได้ผลงานชิ้นยอดเยี่ยมของอาณาจักรชิลลา

ตัวถ้ำเลียนแบบนั้นสร้างมาจากหินแกรนิตสีขาว มีห้องคูหาชั้นนอกทรงสี่เหลี่ยม ทอดนำสู่ห้องชั้นในทรงกลม ที่ยกเพดานสูงเป็นทรงโดม และก็พื้นที่ตรงบริเวณนั้นเองเป็นที่ตั้งพระศรีศากยมุนีขนาดใหญ่ที่สลักจากหินแกรนิตสีขาวอีกทั้งองค์

ตัวจีวรขององค์พุทธรูปที่สลักจากหินแกรนิต มีลักษณะเป็นริ้วผ้าแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นรูปแบบของพุทธรูปในยุคต้นๆที่ช่างได้รับอิทธิพลจากภาษากรีกและโรมัน และก็ถ้าเกิดมองตรงฝาผนังหินด้านหลังองค์พระพุทธรูป จะมองเห็นวงรัศมีทรงกลมอยู่ในตำแหน่งรองรับกับเศียรองค์พระพอดี นี่เป็นอิทธิพลที่รับมาจากภาษากรีกแล้วก็โรมันอีกด้วยเหมือนกันที่ช่างมักปั้นรูปเทพเทวดาต่างๆโดยมีรัศมี halo อยู่ด้านหลัง

ฝาผนังตัวถ้ำทั้งยังรอบๆคู่หูสี่เหลี่ยมชั้นนอกไปจนถึงห้องชั้นในทรงกลม สลักเป็นรูปเทพเทวดาต่างๆตามความเลื่อมใสทางพุทธนิกายมหายาน ตั้งแต่ เทพเจ้าทั้งแปดที่เชื่อกันว่ามีบทบาทปกป้องรักษาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นายทวารปาละทั้งสองที่ดูแลทางเข้าศาสนสถานท้าวจเหม็นตุโลกบาลทั้งสี่ พระพรหม พระวิษณุพระงามศรีพระโพธิสัตว์ พระสมันตประเสริฐพระพุทธเจ้า พระอวโลกิเตศวร แล้วก็สาวกผู้ติดตามทั้งยังสิบ
รูปแบบของรูปแกะสลักเทพเทวดาที่ปกปักศาสนสถาน และก็องคพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบนฝาบ้าน เป็นศิลปะจีนอย่างชัดเจนเจน ขณะคราวองค์พุทธรูปที่แกะจากหินแกรนิต รับอิทธิพลจากศิลปแบบกรีกและก็โรมัน วัดช็อกกูร้มก็เลยเป็นวัดพุทธที่ประสานรูปแบบพุทธศิลปอีกทั้งจากฝั่งตะวันตกและก็ตะวันออกได้อย่างผิดตา สวยและพอดี

พิพิธภัณฑสถาน คยองจู
เป็นพิพิธภัณฑ์ประจำเมือง ที่แสดงศิลป์วัตถุจากช่วงอาณาจักรชิลลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมบัติที่ขุดเจอจากป่าช้ามูนดิน อัน เป็นกลางเนียมที่คล้ายกันในหลายอารยธรรม ที่ในที่ฝังศพของกษัตริย์ชอบฝั่งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นต้นว่าสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆลงไปด้วย

การเดินเล่นดูพิพิธภัณฑสถานนั้น บางคราวสิ่งของที่จัดวางแสดงมีหลายชิ้นจนกระทั่งละลานตา ทำให้แยกผลงานเด่นๆออกมาจากชิ้นงานทั่วไปได้ยาก สำหรับตรงนี้ถ้าหากใคร่รู้ว่างานแสดงชิ้นไหนมีความจำเป็นเป็นพิเศษให้พิจารณาที่ป้ายอธิบายด้านหน้า ถ้าหากมีคำว่า “national treasure” ติดอยู่ นั่นถือได้ว่าผลงานชิ้นนั้น สำเร็จงานชิ้นสำคัญของอาณาจักรชิลลา
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : domaci-servis.com

Tags : domaci-servis.com